ทำไมคนเราต้องโกหก?[จบ]

ธันวาคม 4, 2006

เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าวิทยาศาสตร์ก็พิสูจน์ไว้เหมือนกันว่า..ทำไมคนเราต้องโกหก

———————–

เรื่องนี้มีนักวิทยาศาสตร์ขี้สงสัยพิสูจน์กันมาแล้วอีกเหมือนกัน
นักวิทยาศาสตร์ว่าเป็นเพราะ “ความนับถือในตัวเอง”
คนเรามักจะโกหกเมื่อถูกรบกวนเรื่องความรู้สึกนี้
ยิ่งเมื่อถูกรบกวนมากเท่าไหร่ คนเรายิ่งโกหกคำโตขึ้นเท่านั้น

ไม่ใช่ว่าทุกคำโกหกจะเลวร้ายไปเสียหมด

บางอย่าง เราก็โกหกเพื่อปกป้องอะไรบางอย่าง
บางครั้งก็เพื่อความสบายใจของคนอื่น หรือเพื่อความสบายใจของเราเอง
หรืออาจจะเพื่อความสุภาพดูดี
เพื่อไม่ให้คนอื่นต้องเสียใจเพราะคำพูดของเรา

ซึ่งการโกหกก็มาจากเรื่องของการเป็นสังคมนั่นเอง
แบบนี้คงเรียกได้ว่า “การโกหกเป็นผลิตผลของสังคมสินะ”

จริงไหม??

โกหกตัวเอง

บางคนก็สร้างเรื่องขึ้นมาโกหกตัวเอง เพื่อให้เรารู้สึกมั่นใจ
บางคนก็พยายามแต่งเรื่องขึ้น แล้วเลือกที่จะเชื่อเสียด้วย
ซึ่งการโกหกตัวเองแบบนี้ ถ้ามากเกินไป ก็ให้ผลเสียได้เหมือนกัน
แต่ถ้านิดๆ หน่อยๆ และมีเหตุผลมารองรับ ก็ไม่น่าเกลียดอะไรนัก

เช่น เมื่อเราได้รู้จักกับคนใหม่ๆ เราก็อาจจะต้องโกหก หรือพูดบิดเบือนบ้าง
เพื่อให้ตัวเองดูดีในสายตาของคนอื่น
มนุษย์ทุกคนน่ะแหละ ไม่มีใครอยากดูแย่ ทุกคนอยากดูดีด้วยกันทั้งนั้น
———————–

http://www.dek-d.com/content/view.php?id=1086


ตะปู

ธันวาคม 3, 2006

มีเด็กน้อยคนหนึ่งที่สีหน้าแสดงอารมณ์ไม่ค่อยจะดีนัก
พ่อของเขาจึงให้ตะปูกับเขา 1 ถุง
และบอกกับเขาว่า ”ทุกครั้งที่เขารู้สึกโมโห หรือโกรธใครสักคน
ให้ตอกตะปู 1 ตัวเข้าไปกับรั้วที่หลังบ้าน”

วันแรกผ่านไป เด็กน้อยคนนั้นตอกตะปูเขาไปที่รั้วหลังบ้านถึง 37 ตัว
และก็ค่อย ๆ ลดจำนวนลงเรื่อย ๆ

ในแต่ละวันที่ผ่านไป ก็ลดจํานวนลง น้อยลง น้อยลง
เพราะเขารู้สึกว่า การรู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเองให้สงบ
ง่ายกว่าการตอกตะปูตั้งเยอะ

และแล้ว หลังจากที่เขาสามารถควบคุมตนเองได้ดีขึ้นใจเย็นมากขึ้น
เขาจึงเข้าไปพบกับพ่อ และบอกกับพ่อของเขาว่า
เขาสามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้แล้ว

ไม่มุทะลุเหมือนแต่ก่อนที่เคยเป็นมา
พ่อยิ้ม และบอกกับลูกชายของเขาว่า
”ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเจ้าต้องพิสูจน์ให้พ่อรู้
โดยทุกๆ ครั้งที่เขาสามารถควบคุมอารมณ์ฉุนเฉียวของตนเองได้
ให้ถอนตะปูออกจากรั้วหลังบ้าน 1 ตัว ทุกครั้ง”

วันแล้ววันเล่า เด็กน้อยคนนั้นก็ค่อยๆ ถอนตะปูออก
ทีละตัว จาก 1 เป็น 2 …. จาก 2 เป็น 3
จนในที่สุดตะปูทั้งหมดก็ถูกถอนออก จนหมด
เด็กน้อยดีใจมากรีบวิ่งไปบอกกับพ่อเขาว่า

“ฉันทำได้ ในที่สุดฉันก็ทำจนสำเร็จ !!”

พ่อไม่ได้พูดอะไร
แต่จูงมือลูกของเขาออกไปที่รั้วหลังบ้าน
และบอกกับลูกว่า “ทำได้ดีมาก ลูกพ่อ
และเจ้าลองมองกลับไปที่รั้วเหล่านั้นสิ
เจ้าเห็นหรือไม่ว่า รั้วนั้นมันไม่เหมือนเดิม
ไม่เหมือน..กับที่มันเคยเป็น

จำไว้นะลูก

เมื่อใดก็ตามที่เจ้าทำอะไรลงไปโดยใช้อารมณ์
สิ่งนั้นมันจะเกิดเป็นรอยแผล
เหมือนกับการเอามีดที่แหลมคมไปแทงใครสักคน

ต่อให้ใช้คำพูด ว่า “ขอโทษ” สักกี่หน
ก็ไม่อาจลบความเจ็บปวด
ไม่อาจลบรอยแผลที่เกิดขึ้นกับเขาคนนั้นได้

ฉันใดก็ฉันนั้น “กับเพื่อน” ..
เพื่อนเปรียบเสมือน อัญมณีอันมีค่าที่หายาก
เป็นคนที่ทำให้เรายิ้ม
เป็นคนที่คอยให้กำลังใจ และยินดีเมื่อเราพบกับความสำเร็จ
เป็นคนที่คอยปลอบใจเราเมื่อยามเศร้า ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเรา
และจริงใจกับเราเสมอ …

แสดงให้เขาเห็น ว่าเราห่วงใยเขามากแค่ไหน
และระวังสิ่งที่เราทำไป ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำ

และจงจดจำไว้เสมอว่า ” คำขอโทษ “
ไม่ว่าเขาจะยกโทษให้เราหรือไม่ก็ตาม
แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้น คือ

รอยร้าวที่เขาคงไม่อาจลืมมันได้ …… ตลอดไป”


Follow

Get every new post delivered to your Inbox.